Fiction


ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว โลกวงกลมที่คล้ายคลึงกับก้อนน้ำทรงกลมหมุนวนไปตามกาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเด็กสาวอายุ16ผมบลอนด์ตัวเล็กในตอนนั้นเข้มแข็งขึ้นผิดจากเดิม ร่างกายที่สูงขึ้นใบหน้าที่เคยไร้เดียงสากลับกลายเป็นใบหน้าของผู้ใหญ่ที่เงียบขรึมจนแทบจะนับได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอยิ้มกี่ครั้ง เด็กสาวอายุ16 ซีริล ลูน เบอร์ลิทซ์......

เด็กสาวเดินไปอย่างไร้จุดมุ่งหมายปลายทางที่แน่ชัด อยู่ในเมืองที่ไร้ซึ่งการหลับใหลที่หนึ่ง ... ไฟสลัวๆ ที่เข้ากับชุดคลุมที่ดูปกปิดดี เหล่านักพเนจรทั้งหลายมารวมตัวกันมากมาย ณ ที่แห่งนี้

ในขณะที่เดิน หัวสมองก็คิดเรื่องราวต่างๆที่เคยผ่านมา.....

' 7ปีแล้วสินะ ... ที่ฉันอยู่คนเดียว ฝึกวิชา ฝึกวิชา ฝึกไปจนสี่ปี อีกสามปีจนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงเดินทางอย่างไร้จุดหมาย ' เด็กสาวยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับยิ้มเล็กน้อยด้วยใบหน้าเศร้า

'นึกๆ ไปแล้ว ... คำว่าจุดหมาย บางครั้งก็ทำให้เราสับสนได้เหมือนกัน ... ว่าที่จริงแล้ว " จุดมุ่งหมาย " ของเราคืออะไรกันแน่? '

' จุดหมายของฉันในตอนนี้คืออะไรกันแน่ก็ฉันไขว่ขว้าอิสระที่ต้องการมาได้แล้วนี่นาจะมีจุดหมายอะไรอีกล่ะ...... '

' ....... แน่ใจเหรอว่าแค่นั้น? ' เสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัว เด็กสาวสะดุ้งด้วยความตกใจพร้อมกับหันมองหาต้นทางของเสียงที่แทรกเข้ามาในความคิดของเธอ ความสับสนเข้ามาเยือนตัวเธออีกครั้ง

' เธอต้องการความรักจากคนที่เธอรักด้วยไม่ใช่เหรอ? ' เสียงนั่นดังขึ้นอีก เด็กสาวทรุดลงกับพื้น ปิดหูของตัวเองเพื่อหวังว่าจะทำให้ไม่ได้ยินเสียงนั่น ... แต่มันก็ไม่เป็นผลอยู่ดี

" อึก ... " เธอแตะพื้นเพื่อทรงตัวเอาไว้ พื้นบริเวณนั้นกลายเป็นน้ำแข็ง ซึ่งใครที่เดินผ่านมาคงจะเสียหลักการเดินแล้วลื่นน่าดูชมกับพื้นน้ำแข็งที่ซีริลทำไปเพราะควบคุมสิ่งที่อยู่ในหัวนั่นเอาไว้ไม่อยู่

" เหวอ ... " สิ้นเสียงใครบางคนอุทาน เสียงโครมก็ตามมาพร้อมกับเด็กสาวที่ถูกล้มทับโดยคนที่ลื่นเพราะน้ำแข็งนั่น ...

" ... หือ? หวา!!ละ...... ลุกไปนะ ไอ้โรคจิต!! " ซีริลโวยวายเสียงดังลั่น ก่อนจะผลักคนที่อยู่บนตัวเธอออกไปให้พ้น แต่รู้สึกจะผลักไปแรงเกิน ซึ่งส่งผลให้คนดังที่กล่าว กระเด็นลอยขึ้น ก่อนจะวูบตกลงมาพร้อมกับก้นงามๆ ที่กระแทกพื้นอย่างจัง เขาคลำก้นตัวเองป้อยๆ อย่างเจ็บปวดเล็กน้อย
 
" ผลักฉันทำไมห๊ะ!!? " เขาถาม แล้วลุกขึ้นยืนด้วยความโมโหเล็กน้อย เจ้าหล่อนตัวสร้างเหตุก็ไม่ยอมแพ้แต่อย่างใด ยืนยืดอกพร้อมสู้กับคนตรงข้าม

" แล้วนายมาทับฉันทำไมล่ะไอ้โรคจิต!! "

" แล้วเธอใช่มั้ยล่ะ ที่สร้างน้ำแข็งนี่ทำให้ฉันลื่นน่ะ!!? " ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เต็มที่ เด็กสาวนามซีริลชะงัก ก่อนจะดูที่พื้น และมองสลับกับมือตัวเองไปมาพื้นที่ส่วนมากถูกทำให้กลายเป็นน้ำแข็งด้วยฝีมือของเธอ

" มันก็จริง ... แต่ล้มที่อื่นก็ได้นี่มาล้มทับฉันทำไม!!? " เธอยังคงเถียงกลับ เล่นเอาอีกฝ่ายสะดุ้งและหน้าแดงด้วยอาการที่ว่าเลือดขึ้นหน้าเพราะความโมโหถึงขั้นที่ว่าจะเป็นผู้หญิงก็ไม่สน และจากสถานการณ์ตรงหน้านี้แล้วทำให้เธอประเมิณได้ทันทีว่า(ไอ้)คนที่อยู่ตรงหน้านี้ขี้โมโหและเลือดร้อน

" งั้นมาประลองกันไหมล่ะ ยัยตัวเล็ก! "

" ฉันสูง 165 ตัวเล็กตรงไหนไอ้สูงโย่ง ... เปรตเอ้ย! "

ไม่ทันไร รู้สึกคำพูดที่เป็นตัวจุดฉนวนให้ทั้งฝ่ายเริ่มปะทะกันด้วยเรื่องที่ว่า " หน้าด้านอยากจะเถียง " ...

" ขอลองเชิงก่อนละกัน ... Ice Needles!! " ซีริลตะโกนเสียงดังลั่น พร้อมกับปล่อยแท่งน้ำแข็งรวมแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบแท่งเข้าใส่เด็กหนุ่มผมสีเงิน

" Aurora freezing! " เด็กสาวฟาดฝ่ามือลงไปที่พื้น ทำให้เกิดแท่งน้ำแข็งปริมาณมากที่ใต้เท้าของเด็กหนุ่มผมสีเงิน แต่ ... เขาก็กลับหลบได้อย่างฉิวเฉียดเลยทีเดียว

" หึ " เด็กหนุ่มยิ้มร่าพร้อมกับจ้องที่แท่งน้ำแข็งนั่น

" นี่ฉันโดนศัตรูใช้เวทย์น้ำแข็งพื้นฐานใส่เหรอเนี่ย ... จะมากไปหน่อยมั้ง!!? " ว่าแล้วเด็กหนุ่มผมสีเงินก็ใช้มือของตัวเองปัดแท่งน้ำแข็งที่กำลังพุ่งใส่ตนออกไปจนกระแทกกับพื้นแล้วแตกสลายไปในที่สุด

เด็กสาวเรียกมนตร์ Aurora freezing ซึ่งไม่ได้ผลกับเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อย เพราะดูเหมือนกับว่าเขาสามารถจับจุดของเด็กสาวได้แล้ว เด็กหนุ่มวิ่งเข้าไปหาเด็กสาวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอาดาบแห่งความมืดที่ปรากฏออกมาขึ้นมาถือไว้ จ่อที่คอเด็กสาวจากด้านหลัง เธอหันไปด้านหลังด้วยใบหน้าตายสนิทเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสบางอย่างที่มาจ่ออยู่ที่คอของตน

" ... ติดกับฉันจนได้สิน่า " เธอว่า ก่อนจะแสยะยิ้ม

ทันใดนั้น เด็กหนุ่มก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายของตนที่เริ่มช้าลงเรื่อยๆ

" Gravitation ... เป็นเวทย์ที่สร้างอาณาเขตแรงโน้มถ่วง ซึ่งถ้าศัตรูใดก็ตามที่อยู่ในบริเวณอาณาเขตนี้จะถูกลดความเร็วลง " เธอว่าพร้อมกับยิ้มให้อีกฝ่าย

" ...ขอบใจที่บอก " ว่าแล้วเด็กหนุ่มก็โผล่มาอยู่ด้านหลังของเด็กสาวที่อยู่นอกอาณาเขตแรงโน้มถ่วงอีกครั้ง ซึ่งใบหน้าของเด็กสาวก็เริ่มมีอาการตกใจเล็กน้อย

' แย่ล่ะสิ ...!!! ' ซีริลนึก ก่อนจะหันหน้าเข้าหาเด็กหนุ่ม แล้วร่ายเวทย์อีกครั้ง แต่ทันที่ก่อนจะท่องประโยคสุดท้ายเสร็จก็ถูกบางอย่างมัดเอาไว้เสียก่อน

" ดีนะที่เจอโซ่มา ... ขอมัดเธอไว้ก่อนก็แล้วกันยัยน้ำแข็ง "

" ... แกจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ!! " ซีริลตะโกนด้วยความเจ็บใจสรรพนามที่ใช้เรียกคนตรงข้ามเลเวลอัพจาก นาย เป็น แก แทนทันที ...

" ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ... ตัวเธอมีค่ามากนักหรือไง? "

“มีแววว่าถ้าจะเถียงกับเจ้าเพี้ยนนี่คงจะยืดยาว แล้วเกิดการปะทะกันอีกแหง ... เอาเถอะ! ยอมแพ้ๆ มันไปดีกว่า รำคาญแล้วสิ ...”ซีริลพูดเบาๆกับตัวเองพร้อมกับถอนหายใจยาวด้วยความรำคาญ

" โอเคๆ ... จะทำอะไรก็ทำเลยสิ " เธอว่าก่อนจะเอียงคอ แล้วเปิดเสื้อกราวน์ตัวเองออก แล้วยิ้มกวนประสาท

" ... ยัยทะลึ่ง ... "

" ... ว่าไงนะ! " ซีริลใช้มือทั้งสองข้างของตัวเองทำลายโซ่ออก ก่อนจะเตรียมเข้าสู้เด็กหนุ่มอีกครั้ง

เด็กหนุ่มยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน ก่อนจะใช้เหรียญยูโรดีดเข้าใส่หน้าผากของซีริล ทำเอาหน้าผากของเด็กสาวเลือดซิบเลยทีเดียว

" จะทำอะ ... " ยังไม่ทันจบ เด็กสาวผมสีบลอนด์ก็สลบลงไป

" ... ซีริลเรอะ? " เด็กหนุ่มทวนชื่อของเด็กสาวพร้อมกับจ้องเธอแล้วยิ้มด้วยความสนุก ก่อนจะเดินหายไปอย่างลึกลับโดยทิ้งไว้ให้เธอ เด็กสาวนามว่าซีริลนอนสลบพร้อมสภาพที่ดูไม่ค่อยจะจืดเท่าไรนักซึ่งเป็นการกระทำที่สุภาพบุรุษไม่ควรจะทำเป็นอย่างมาก.............

" ... " เด็กหนุ่ม และเด็กสาวอีกกลุ่มเดินเข้ามาใกล้ๆ ร่างของเด็กสาว ก่อนจะซุบซิบบางอย่างกัน แล้วช่วยกันพาร่างของเด็กสาวนั้นไปที่ไหนสักแห่ง

==========================

ซีริลลุกขึ้นมาจากเตียงนอนอันแสนสบาย ซึ่งทำให้เธอรู้สึกแปลกเล็กน้อย

'ทำไมฉันมาอยู่บนเตียงได้ล่ะ ... แล้วบรรยากาศห้องที่ดูเหมือนห้องฉันนี่มันอะไรกัน?' เธอมองไปรอบๆ ห้องจากบนเตียง ก่อนจะพยายามลุก แต่แล้วก็เกิดอาการปวดศีรษะบริเวณหน้าผาก

" ... ตื่นแล้วเหรอคะ? " ซีริลหันไปมองตามเสียง พบเด็กสาวที่ดูท่าจะอายุน้อยกว่าเล็กน้อยถือกะละมังที่น้ำพร้อมผ้าเช็ดหน้าเช็ดตัวเสร็จสรรพ เรือนผมสีฟ้าถูกมัดรวบเอาไว้ให้ดูเรียบร้อย นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มกำลังมองไปที่ซีริล เจ้าหล่อนกำลังยิ้มแย้มราวกับดีใจที่คนบนเตียงฟื้นจากการสลบ

" เอ่อ ... เธอคือ? "

" ฉัน ... อควาเทลเป็นรองหัวหน้ากิลด์แห่งนี้น่ะค่ะ " เธอบอก แล้วเดินไปวางกะละมังที่โต๊ะข้างๆ หัวนอนของเตียงที่ซีริลนั่งอยู่

" ... แล้วฉันอยู่ที่ไหน ที่นี่มันคืออะไร แล้วฉันมาที่นี่ได้ยังไง? " เธอถามคำถามสามคำถามอย่างรวดเร็ว อควาเทลยิ้มแหยๆ ก่อนจะตอบให้ทีละคำถาม

" คุณอยู่ที่กิลด์อควาเรี่ยน กิลด์อควาเรี่ยนเป็นกิลด์ที่ไม่อยู่ฝ่ายใดทั้งสิ้นเป็นอิสระ คุณมาที่นี่ได้เพราะเรากับหัวหน้ากิลด์เห็นฝีมือของคุณน่ะค่ะ แล้วก็ ... กิลด์เราคนก็น้อยอยู่ด้วย เลยต้องการคนมีฝีมือ " เธอบอก ซีริลพยักหน้าอย่างเข้าใจในสิ่งที่อควาเทลบอก

" อควา ผู้หญิงคนนั้นตื่นหรือยัง? "

" ตื่นแล้วล่ะ มิกซ์ "

" เอ่อ ... อควาเทล กับมิกซ์ สินะ? ... ฉันซีริล ลู... น ... เอ่อ เรียกซีริลเฉยๆ ละกัน "เธอบอกยิ้มเล็กๆ

" สนใจจะเข้ากิลด์หรือเปล่า? เราไม่ได้บังคับนะ ... แต่ถ้าไม่คงจะมีเจ็บปวดกันน่าดูชม " มิกซ์ถามแล้วแสยะยิ้ม ทำท่าเลียมีดพร้อมกับแผ่รังสีมาคุทำให้อีกฝ่ายเหงื่อตกแต่เจอแบบนี้แล้วใครจะไปกล้าปฏิเสธกันล่ะถ้าตอบไม่ตายโหงตายห่าแหงๆ

' กิลด์ที่ไม่เข้าฝ่ายใดทั้งนั้นงั้นเหรอ ...น่าสนุกดีออกนะ ... อิสระ คงจะรู้สึกดี '

" อย่าคิดนานสิ "มิกซ์พูดขึ้นทำให้ซีริลสะดุ้ง

" ... อือ ... เอาสิ! น่าสนุกดีออกนะ " เด็กสาวผมบลอนด์บอกแล้วยิ้มบางๆ

ทั้งมิกซ์ และอควาหันหน้าเข้าหากันแล้วยิ้มกว้าง แสดงความดีใจอะไรสักอย่างไม่มากดีใจแต่พองามแต่คำถามต่อไปของซีริลก็เกิดไปแทงใจดำเข้าอย่างจัง

" แล้วสมาชิกมี " แค่นี้ " เองเหรอ "

“...............”

===============================

มาแล้วตอนที่ 6 =w=~

!!_~AquariaN~_!! : บทที่ 5 Cyrille Lune Berlitz ...

posted on 03 Jun 2008 22:06 by mon-mon-ka  in Fiction

วูบๆ

‘ช้าจังนะ...’มอนมอนชูป้ายขึ้นมาพร้อมกับยิ้มให้กับบุคคลที่เดินออกมาจากหลุมสีดำ มิกซ์เดินออกมาข้างนอกพร้อมกับเสยผมเล็กน้อยเพื่อไม่ให้มันเข้าไปทิ่มตาของตน

“ชิ..ที่2เหรอแล้วคนอื่นล่ะ”มิกซ์กัดฟันด้วยความโมโหนึกว่าตนจะเสร็จคนแรกที่ไหนได้ดันได้ที่2ว่า

‘ยังแก้บททดสอบกันอยู่น่ะสนใจดูไหมล่ะ’มอนมอนยิ้มพร้อมกับเดินไปลากกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกำแพงมาวางไว้ตรงหน้าของทั้งคู่แล้วเดินมานั่งลงบนโซฟาที่วางอยู่กลางห้อง กระจกที่สะท้อนรูปของเธอกลายเป็นสะท้อนสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ของที่อยู่ตรงหน้า ภายในถูกเปลี่ยนเป็นภาพราวกับทีวีช่องถูกแบ่งเป็น4ช่องเพื่อความพอดีในการมองคนที่เหลือมิกซ์เดินไปนั่งดูทันที

‘มิกซ์ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอ?’มอนมอนถาม

“เป็นคนรู้จักหรือเพื่อนสมัยเด็กน่ะชื่อเชเดน อืม...เรียกว่าคู่หูก็คงได้ล่ะมั้งแต่ในความหมายอื่นน่ะนะว่าแต่ถามทำไมเหรอ?”มิกซ์ตอบพร้อมกับถามกลับเจ้าตัวเลยตอบกลับมาทันทีโดยไม่ลังเล

‘ก็แค่อยากรู้....’พอเขียนจบมอนมอนที่นั่งอยู่ก็พิงโซฟาพร้อมกับเอนตัวให้อยู่ในท่าที่เหมาะกับตัวเองแล้วหลับปุ่ยไปทันที

“............”

===================================

" จับคุณซีริลเอาไว้! อย่าให้รอด!! " หญิงสาวนางหนึ่งกำลังชี้นิ้วไปที่เด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่ง ซึ่งสวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลที่กำลังวิ่งหนีเหล่าคนงานในบ้านของเธอท่ามกลางสายฝนที่กำลังกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย

แม้ว่าใจกำลังกลัว เพราะสายฝนที่กระทบร่าง รวมทั้งเสียงของฟ้าที่กำลังร้องอยู่นั่นก็ตาม แต่สำหรับเธอนั้ในตอนนี้มันคือโอกาสอันดีที่สุดที่ได้ออกจากที่แห่งนี้ที่ๆเรียกว่าบ้านแต่กลับมีแต่กรงขังและคุกใต้ดิน ที่ๆมีแต่ความน่าเบื่อตลอดระยะเวลา17ปีอันยาวนาน มันอาจเป็นบ้านที่เธอไม่ต้องการจะอยู่แล้วก็ได้

" ฉันไม่ใช่นักโทษ! อย่าตามมา!! " เด็กสาวกรีดร้องลั่นในขณะที่กำลังวิ่งอยู่ เหล่าคนงานที่ว่าเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของเด็กสาวพากันปิดหู แล้วหยุดนิ่งเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงนั่นอีก


.............................

.......................................


" แฮ่ก ... แฮ่ก ... หา?" เด็กสาวผมสีบลอนด์ทองลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงนอนของเธอด้วยสีหน้าเป็นกังวล และทุกข์มาก  เธออุทานออกมาอย่างสงสัย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเห็นเมื่อกี้นี้เป็นเพียงแค่ความฝันหรอกเหรอเนี่ยแต่ถ้ามันเป็นความจริงก็คงจะดีเสียไม่ใช่น้อยความเศร้าถาโถมเข้ามาในร่างกายอีกครั้ง.....

กว่าจะนึกได้อีกที ก็เริ่มรู้สึกตัวเองดูโง่ลงไปถนัดตา ... ขนาดไม่รู้ว่าฝันหรือไม่ นี่เธอบ้าขนาดแยกไม่ออกเลยหรือเนี่ยว่าสิ่งไหนความจริงสิ่งไหนเป็นแค่ฝัน ที่จริงก็รุ้อยู่แล้วล่ะว่าไม่มีทางออกไปจากที่นี่ได้อย่างแน่นอนแต่ถ้ามีโอกาศเธฮก็คงจะไป... ทำไมฝันนี่มันช่างชวนรู้สึกทุกข์ใจจังเลยนะ ...

เด็กสาวผมสีบลอนด์ทองลุกขึ้นจากเตียงพร้อมกับเดินไปที่กระจกที่มีลูกกรงติดไว้ แต่ไม่ทันไรฟ้าข้างนอกที่ฝนกำลังตกกระหน่ำอยู่ในขณะนี้ก็เกิด ... ฟ้าผ่าโดยที่ไม่ทันตั้งตัว

ด้วยความตกใจ และกลัวกับเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า เธอล้มลงไปกับพื้นทันทีที่ได้ยิน ... เจ้าหล่อนลุกมาอย่างสั่นๆ ก่อนจะพยายามดึงผ้าห่มบนเตียงมาทีละนิดด้วยความหวาดกลัวมาห่มตัวเองแก้ความหนาว และความกลัวที่กำลังได้รับอยู่ในตอนนี้ ...

" ... หนาว " เธอเอ่ย แล้วถูมือตัวเองไปมา เพื่อให้มือที่หนาวนั้นอุ่นขึ้นด้วยวิธีการเสียดสีกันของมือทั้งสองข้าง

" ... กลัว " เด็กสาวนั่งขดอยู่บนพื้นข้างๆ เตียงนอน เธอเอาหน้าซุกเข่าในหัวสมองไร้สิ่งใดทั้งสิ้น

นี่เป็นครั้งที่พันแล้วล่ะมั้ง ... ท่าทางของเธอตอนนี้ไม่เคยต่างจากตอนเด็ก ... ไม่ว่ายังไงก็ยังทำตัวเหมือนเด็ก ... คนไม่รู้จักโต ... กลัวไม่ยอมเลิกรา ...

การหลุดพ้นจากโซพันธนาการนี้ ... ยากเกินกว่าเธอจะทำมันได้ ...

... กรงขังที่ขังนักโทษให้ตายทั้งเป็น ...................

ใครว่าเด็กสาวผมสีบลอนด์ที่อยู่ในบ้านแห่งนี้เป็นเด็กสาวแสนดีที่มีระเบียบเรียบร้อย ไร้ซึ่งข้อกักขัง ไม่มีใครสั่งได้ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลยเธอไม่ใช้เด็กสาวที่เรียบร้อยเธอไม่ใช่เด็กสาวที่เอาแต่ยิ้มด้วยความดีใจทุกอย่างล้วนตรงกันข้ามกันทั้งหมด .............

เธอ ไม่ได้เรียบร้อย ไม่ได้แสนดี แต่เธอกลับมีกรงขังซึ่งเป็นห้องของตัวเองขังเอาไว้ไม่ให้ได้แหงนหน้ามองสิ่งต่างๆ นอกบ้านหลังนี้แม้กระทั่งรุ่นอรุณยามเช้า ทุกอย่างที่ผู้คนเห็นล้วนแต่เป็นคำสั่งของคนๆนั้น แม้กระทั่งเลขานุการของตัวเองยังมีอำนาจเหนือเธอด้วยซ้ำไป แต่ในกรณีนี้ยกเว้นเพียงแค่คนรับใช้เท่านั้น

ใครว่าเกิดมาเป็น ซีริล ... ดี?

อันที่จริงแล้ว ... มันไม่มีอะไรดีเลยแม้แต่นิดเดียวเลย... ...

==========================

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

" อรุณสวัสดิ์ค่ะ ... คุณหนูซีริล" หญิงสาวผมสีน้ำตาลเคาะประตู ก่อนจะเปิดเข้ามาโดยที่ไม่รอคำบอกว่าให้เข้ามาหรือไม่ของเจ้าของห้อง

" ... อรุณสวัสดิ์ ... คุณมิเชล "

" นอนหลับพักผ่อน ...สบายดีไหมคะ? " หญิงสาวนามมิเชลถามด้วยใบหน้ายิ้มเย็นๆ เธอทัดผมสีน้ำตาลไว้ข้างหูเพื่อความเรียบร้อยของตน

... มิเชล มิราจ ... ผู้หญิงเจ้าระเบียบเลขานุการของเธอ แต่ก่อนเคยเป็นเลขาฯ ของคุณแม่หล่อนมาก่อน ...แต่ไปๆ มาๆ ก็ถูกส่งมาให้ดูแลซีริลแล้วก็เป็นเลขานุการไปในตัว ... คุณมิเชลมีผมสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนยาว นัยน์ตาสีเขียวมรกตที่ดูแล้วชวนน่ามอง ทั้งผิวสีขาวครีม ... เป็นคนที่ออกจะเฮี้ยบสักนิดหน่อย แต่ก็ใจดี ...มักจะห่วงใยและทำเหมือนว่าซีริลเป็นน้องสาวของตนเอง ...

อย่างไรก็ตาม เด็กสาวก็ไม่ไว้ใจคนคนนี้หรอก ... ไม่มีใครรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นยังไง แล้วคิดอะไรอยู่ จะหลอกใช้หรือแสวงหาผลประโยชน์หรือเปล่า ไม่มีใครรู้หรอก ............

" ... ก็ดีค่ะ " เธอตอบด้วยน้ำเสียงราวกับคนหน่อยโลก ก็แน่ล่ะ เธอไม่ชอบคนคนนี้เวลาถามว่าเธอนอนหลับสบายดีไหมเอาซะเลย ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าทำไม แต่เธอยังก็ยังคงถาม ว่าเธอนั้นนอนสบายดีไหม ใครจะไปนอนสบายกันล่ะก็เธอน่ะ ... ไม่เคยได้นอนเต็มอิ่มเลยสักหนเดียว

" ... วันนี้ตอนบ่าย ในตารางวันนี้เป็นเวลาอิสระของคุณน่ะค่ะ " เด็กสาวหูผึ่งทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น เธอรีบลุกจากผ้าห่ม แล้วคว้าสมุดตารางงานมาจากมิเชล

" ไปในเมืองใช่มั้ย!? " เธอถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ราวกับว่าเธอใกล้จะหลุดพ้นจากกรงขังและบ้านที่เหมือนไม่ใช่บ้านหลังนี้ แต่ยังไงคำพูดที่หญิงสาวคนข้างหน้านี้กล่าวออกมาก็เหมือนกับคำสั่งอยู่ดีนั่นแหละ

" ค่ะ ... ฉันได้รับคำสั่งมาจากแม่ของคุณให้พาคุณออกไปจากที่แห่งนี้ ... แต่อันที่จริง ฉันอยากให้คุณออกไปจากที่แห่งนี้เพราะมันไม่ปลอดภัยน่ะค่ะ " มิเชลบอกแล้วยิ้มเย็นๆ แต่รู้สึกอบอุ่นให้ซีริล ซึ่งทำให้เจ้าหล่อนรู้สึกดีเมื่อมีใครสักคนมาทำอะไรให้มีความรู้สึกแปลกประหลาดเช่นนี้


.............................

.......................................


กลางเมืองใหญ่ของประเทศหนึ่ง เด็กสาวผมสีบลอนด์แซมน้ำตาลเข้มมองไปรอบๆ พร้อมทำท่าทางราวกับเด็กๆ เธอทำตัวเหมือนกับว่าเด็กน้อยที่ตื่นเต้นกับการออกมาข้างนอก เหมือนกับเด็กน้อยที่ไม่เคยเห็นบางสิ่งบางอย่างตรงหน้ามาก่อน ... แต่นั่นก็เป็นความจริงเธอแทบจะไม่เคยได้ออกมาดูที่โลกภายนอกนี้เลยด้วยซ้ำไป

" ว้าว ... คนเยอะแยะดีจังเลย!! " เธอร้อง ก่อนจะไปนำมือตัวเองไปกระตุกชายเสื้อของคนที่คิดว่าเป็นเลขาฯ ด้วยความตื่นเต้น

" ... ยัยหนู ทำอะไร? " ชายหนุ่มร่างท้วมดูแล้วน่ากลัวถามเด็กสาวด้วยความโมโหเล็กน้อย นั่นเล่นทำเอาเธอหน้าซีดถอยหลังเพื่อจะหนี แต่ดูเหมือนจะมีคนของทางฝ่ายนั้นยืนขวางอยู่ก่อนแล้วทำให้เดินหนีออกไปไม่ได้

" ยัยเด็กนี่ท่าจะขายได้ราคานะลูกพี่ ... ผมสีบลอนด์ทองที่นี่หายากนา " ชายร่างใหญ่ที่ดูท่าจะเป็นลูกน้องของชายร่างท้วมพูดขึ้นพร้อมกับจับที่ไหล่ของเธอ เด็กสาวหน้าซีดยิ่งกว่าเดิมเจ้าตัวมองซ้าย มองขวาเพื่อพยายามที่จะหาทางช่วยตัวเองให้พ้นจากเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเธอตอนนี้

" มานี่มา หนูน้อย " ว่าแล้วชายร่างท้วมก็กระชากแขนเด็กสาวเข้ามาหาตนซีริลพยายามยื้อตัวเองไว้แต่ด้วยแรงที่น้อยกว่าเลยได้แต่เดินตามเขาไปด้วยความไม่เต็มใจโดยที่มืออีกข้างของเธอพยายามแกะมือท้วมๆนั่นสุดชีวิต แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรมากกว่านั้น ชายหนุ่มร่างท้วมก็ล้มฟุบลงไปเนื่องด้วยสาเหตุบางประการ

" ใครคิดจะทำร้าย คนตระกูลเบอร์ลิทซ์มีโทษฐาน ... ถึงตาย!! " หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มเลขานุการคนเดิม มิเชล มิราจ เธอมาด้วยเสียงอันทรงพลังและพลังที่แข็งแกร่ง เจ้าหล่อนอัดชายร่างท้วมลงไปนอนกองกับพื้นรวมทั้งลูกน้องร่างใหญ่ที่จับไหล่เจ้านายของตนเอาไว้ พวกลูกน้องของชายร่างท้วมเริ่มหน้าซีด เอามือไว้เหนือหัวอย่างยอมแพ้คนตรงหน้าที่ตอนนี้ดูคล้ายคลึงกับปีศาจในคราบสาวออฟฟิศอย่างไร้เรี่ยวแรง

" ย ...ยอมแพ้แล้ว ...!! " เมื่อเหล่าตัวประกอบที่ไร้ค่านั้นเอ่ยจบ ทั้งหมดก็ล้มลงไปด้วยสภาพที่ดูไม่ได้สักราย พื้นบริเวณนั้นเต็มไปด้วยโลหิตสีชวนอ้วกของเหล่าคนพวกนั้น

มิเชล เดินไปหาซีริลที่ยืนตัวสั่นเพราะอาการกลัวที่ยังไม่หายก่อนย่อเข่าตัวเองลง ให้นั่งยองๆ แล้วลูบหัวซีริลอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้มันเป็นมือที่อบอุ่นและอ่อนโยน เป็นมือที่คุ้นเคยราวกับว่าเด็กสาวที่ยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้านี้เคยสัมผัสถึงมันมาก่อนเมื่อในอดีตอันแสนนาน

" คุณหนูคะ ... เดี๋ยวดิฉันจะพาไปฝึกวิชาที่โรงฝึกของญาติดิฉันนะคะ ... " เธอบอกแล้วยิ้มเล็กๆ ให้ ความกลัวเริ่มจางหายไปอย่างไร้สาเหตุด้วยมือของคนตรงหน้ากับคำพูดปลอบโยนแสนหวานที่ไม่รู้ว่าคนคนนี้หวังอะไรไว้หรือเปล่า แต่ว่าตอนนี้เด็กสาวผมบลอนด์คนนี้

.........ได้เชื่อใจหญิงสาวผมสีน้ำตาลคนนี้ไปทั้งหมดแล้ว

==========================

edit @ 5 Jun 2008 21:47:16 by Mon_Mon

!!_~AquariaN~_!! : บทที่ 4 กระจกเงา

posted on 03 Jun 2008 22:05 by mon-mon-ka  in Fiction

“กำแพงอันไร้ที่สิ้นสุดผ่านแล้วสินะ.....”คินพูดพร้อมกับยิ้มเยาะด้วยความสนุกพลางหยิบถ้วยชาจากจานรองด้วยขึ้นมากินอย่างสบายอารมณ์ฟ็อกนั่งจ้องพฤติกรรมของคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง

“ผู้ผ่านแบบทดสอบคนแรกมาแล้วล่ะ”ฟ็อกบอกพร้อมกับหันไปยังกำแพงที่เกิดหลุมดำปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่เดินออกมาจากหลุมดำอย่างช้าๆเมื่อออกมาไม่นานหลุมดำนั่นก็หายไปทันที

“............”มอนมอนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่วางไว้ในห้องพร้อมกับเขียนบางอย่างใส่กระดาษแล้วชูขึ้นมาให้คินดู’มีน้ำอะไรให้กินหน่อยไหม’เจ้าตัวเอียงคอด้วยความสงสัยคินดีดนิ้วดังเปาะพร้อมกับสาวใช้ที่เดินเข้ามาเสริฟน้ำชาให้กับเจ้าตัว

‘ขอบคุณ’มอนมอนเขียนขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับหยิบแก้วชาขึ้นมาดื่ม

“.............ไม่สงสัยบ้างเหรอ”คินเอยประโยคคถามขึ้นพร้อมกับจ้องไปที่อีกฝ่าย

‘สงสัย.....เรื่องอะไรงั้นเหรอ?’เธอชูกระดาษที่เขียนไว้ขึ้นมาถามต่อด้วยความงงมันก็สมเหตุผลไม่ใช่แล้วรึไงถึงได้ให้ทดสอบแล้วบททดสอบของเธอมันมีอะไรที่ต้องสงสัยอีกล่ะ

“เธอก็รู้นี่ว่าผมน่ะให้แบบทดสอบกับเธอผิดไปเธอจึงได้กำแพงแห่งจิตใจไปแทนที่จะได้ฝันร้ายอันแสนหวานส่วนคนที่โดนเปลี่ยนก็คงกำลังตกอยู่ในความฝันล่ะมั้ง”พูดขึ้นลอยๆพร้อมกับจ้องไปที่รูปภาพขนาดใหญ่มันเป็นรูปของหญิงสาวอายุ40กว่าและจากที่ดูเธอน่าจะเป็นแม่ของเด็กน้อยชายหญิงทั้งสองที่ยืนยิ้มเคียงข้างโดยมีผู้เป็นแม่และพ่อยืนอยู่ข้างๆ

‘ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องคิดมากเลยนี่นา แล้ว....ทำไมนายถึงคิดว่าฉันควรจะได้ฝันร้ายอันแสนหวานมากกว่ากำแพงอันไร้ที่สิ้นสุกนั่นล่ะ’มอนมอนชูกระดาษขึ้นมาถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัยดวงตาทั้ง2ไม่ได้สบตาที่เขาเพราะถึงลืมตาขึ้นมาก็มองไม่เห็นอยู่แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นก็สู้อย่าลืมมันซะจะดีกว่า

“.........อันนี้ผมไม่ขอตอบแต่ไม่ว่าใครก็อยากได้ช่วงเวลาดีๆที่ตนสูญเสียไปแล้วกลับคืนมาไม่ใช่เหรอ?”คินเงียบไปพักใหญ่พร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงเรียบๆและสั่นเล็กน้อย

‘ความฝันที่เป็นแค่ความฝันสำหรับฉันแล้วมันไม่น่าสนใจหรอกฉันสนใจแต่ความเป็นจริงเท่านั้น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ล้วนเป็นไปตามโชคชะตาที่ไม่มีใครขัดได้ไม่ใช่รึไงนายไม่ต้องใส่ใจหรอกว่าแต่...อายุเท่าไรล่ะเนี่ย’มอนมอนเขียนบอกพร้อมกับปัดประเด็นเรื่องเดิมออกทันที

“23น่ะ.....”คินบอกพร้อมหันหน้าหลบก็ปกติเรื่องอายุมันใช่เรื่องที่ควรจะถามไหมล่ะแล้วเขาก็ดันบ้าจี้ตามอีกฝ่ายตอบไปอย่างรวดเร็วซะด้วย

‘แก่=[]=!!!’มอนมอนชูป้ายขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับตีหน้าเหวอ

“อายุเป็นพียงแค่ตัวเล็กนะ.......ถามหน่อยสิความฝันกับอดีตของเธอน่ะเป็นยังไงเหรอ”คินยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกับเปิดคำถาม

“..........”ฝ่ายสาวนั่งเงียบแล้วยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกับบรรยากาศในห้องหนาวเหน็บในชั่วพริบตาจนทั้ง2สัมผัสถึงมันได้ฝ่ายหญิงหยิบเริ่มเขียนประโยคขึ้นมาพร้อมยิ้มหวานใหม่อีกครั้งด้วยรอยยิ้มอันเย็นยะเยือกให้ทั้งคู่ฟ็อกสะดุ้งด้วยความตกใจในขณะที่คินหน้าซีดด้วยความตกใจทั้งคู่อ่านประโยคที่เขียนขึ้นมาแล้วนั่งเงียบไป

“ทะ...เธอไปคอยผู้ชายผมดำที่กำลังจะออกมาทางกำแพงตรงทางเข้าก็ได้เพราะเขากำลังจะชนะแล้วเดินมาถึงทางออกแล้ว”คินพูดเลิกลั่กพร้อมกับชี้ไปยังทางเดินที่ต้องไปมอนมอนพยักหน้าพร้อมกับเดินออกจากห้องไป

“ดูท่าจะอันตรายพอควรแค่ยัยนี่รังสีมาคุก็คุกคามถึงขนาดนี้แล้ว แล้วคนอื่นๆในกิลด์นี้น่ะจะไม่หนักกว่านี้อีกเหรอเผลอๆบางทีอาจจะถึงตายเลยนะคิน นี่นายแน่ใจแล้วเหรอ”ฟ็อกพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ

“ยังไงๆก็ต้องลองเสี่ยงดูล่ะถึงจะน่าหวาดเสียวไปหน่อยก็เถอะ”คินพูดพร้อมกับยิ้มเยาะแล้วนึกถึงประโยค รังสีมาคุและรอยยิ้มเย็นๆที่เจ้าตัวทิ้งท้ายไว้ให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

‘สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ย่อมไม่จำเป็นต้องรู้......’

===================================

 “แกต้องจำไปจนวันตายมิกซ์.....อนาคตนั้นไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้แกจะฆ่าคนเหมือนกับที่ฉันทำให้แกดูเมื่อกี้”อีกฝ่ายพูดพร้อมกับยิ้มร่าตวัดดาบร่ายไฟที่มิกซ์อย่างรวดเร็วมิกซ์กระโดดหลบไปที่ข้างหลังของชายหนุ่มพร้อมกับจ่อคมดาบไว้ที่คอ

“ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนี้นะเนี่ยสงสัยตัวฉันคงจะไม่ได้ฝึกเพิ่มเลยสินะเลยห่วยลงไปมาก...”มิกซ์บอกแล้วลงมายืนกับพื่นพร้อมกับเดินผ่านตัวของอีกฝ่ายไป

“......หึๆ”อีกฝ่ายหัวเราะลั่นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากคอและหัวที่กระเด็นออกไปเลือดสีแดงกระฉุดออกมาจากส่วนที่ถูกตัดไปและล้มลงไปยังพื้นสลายหายไปพร้อมกับหัวที่มาตกลงบนหน้าขวางทางมิกซ์เอาไว้

“แกจะไม่ได้พบกับความสุขแกจะเป็นเหมือนกับฉัน”อีกฝ่ายพูดทิ้งท้ายเอาไว้พร้อมกับสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

‘ว่าแต่..เมื่อกี้เราก็โกงเขาแอบใช้ลดความเร็วศัตรูอีกฝ่ายซะด้วย’มิกซ์คือพร้อมกับมองไปที่ขวดเปล่าที่ไม่มียาเหลืออยู่แล้วเขาเก็บมันใส่กระเป๋า

“ช่างมันเหอะใครเร็วกว่าก็ชนะนี่เนอะ.....”มิกซ์พูดพร้อมกับทำให้ดาบของตนหายไป

“แล้วก็คำตอบเมื่อกี้นี้ขอตอบล่ะกันว่าฉันจะพบหรือไม่พบมันก็เรื่องของฉันแต่ตอนนี้ขอไปถล่มเจ้าคนที่คิดแบบทดสอบบ้าๆนี่ก่อนล่ะกัน....”เขาพูดพร้อมกับเดินตามเส้นทางบนพื้นที่ถูกกำหนดไว้เพื่อไปยังทางออกที่ยังอยู่อีกไกล

อีกด้านหนึ่ง…….

“ฮะ...ฮัดชิ้ว!!เป็นหวัดซะแล้วสิเรา=  =”คินพูดพร้อมกับหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดแล้วนั่งอีกคุกกี้กับชาต่อไป

====================================

“........มาสเตอร์ครับใครได้แบบทดสอบฝันร้ายอันแสนหวานไปล่ะครับ”เสียงเข้มของผู้ชายดังขึ้นมาจากร่างของสิงโตตัวใหญ่ที่เดินอยู่ข้างๆผู้ใส่ผ้าคลุมเจ้าตัวมองออกไปที่ท้องฟ้าพร้อมกับทำหน้านิ่ง

“ผู้หญิงผมสีบลอนด์ทอง ผู้มีดวงตาสีฟ้าเข้มดั่งไพลิน..เด็กผู้หญิงที่มีชื่อว่าซีริล”มาสเตอร์ของสิงโตบอกพร้อมกับเดินตรงไป

“มาสเตอร์ก็อายุพอกับเขาไม่สิน้อยกว่าด้วยซ้ำไม่ควรจะใช้คำว่าเด็กนะครับ”สิงโตหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับจ้องไปที่มาสเตอร์ของตัวเอง

“ก็พูดแบบนี้แล้วมันสวยกว่านี่นา”มาสเตอร์ของสิงโตบอกพร้อมกับยิ้มร่าทำให้สิงโตหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วส่ายหน้าไปมาถึงจะอยู่ด้วยกันมาหลายปีแต่นิสัยก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่พบกันครั้งแรก

 “แล้ว....ฝันร้ายอันแสนหวานเป็นยังไงเหรอครับ”สิงโตหนุ่มเปิดหัวประเด็นหัวข้อคำถามใหม่

“ก็เหมือนกับละครสลับฉากที่ได้พบกับฝันร้ายแล้วจู่ก็พบฝันดีสลับไปเรื่อยๆดีใจและเศร้า เศร้าและดีใจสลับกันไปมาเหมือนกับว่าเราวนเวียนอยู่ในวัฏจักรของความเศร้าและความสุขคนที่โดนแทนน่ะคงจะไม่ยินดีเปรมปรีเท่าไรหรอกนะ”มาสเตอร์ของสิงโตพูดเรียบๆพร้อมกับมองไปที่แสงอาทิตย์แล้วเอามือมายังไว้เพื่อไม่ให้แสงแยงเข้าตาของตัวเอง

“แต่ว่าเด็กคนนั้นจะไหวรึเปล่านะถ้าเป็นฉันคงไม่เท่าไรแต่ถ้าเด็กคนนั้นล่ะก็คงจะไม่ไหวหรอก เนอะ....”มาสเตอร์หันมายิ้มให้กับสิงโตด้วยความสนุกสนานแล้วมุ่งหน้าเดินต่อ

“......อย่าใช้คำว่าเด็กสิครับ”สิงโตสีเหลืองทองพูดพร้อมกับมองหน้าของผู้เป็นเจ้านายด้วยใบหน้าเรียบเฉยโดยที่อีกฝ่ายแสยะยิ้มแล้วยิ้มหวานพูดอย่างมีความสุขต่อว่า...

“เอาน่าๆก็ฉันบอกไปแล้วยังไงล่ะว่ามันสวยกว่า แต่ฝันร้ายที่เหมือนกับละครสลับฉากแบบนั้นนั่นแหละถึงจะถูกเรียกว่าฝันร้ายที่แท้จริง.....”เจ้าตัวหันมาพูดกับสิงโตสัตว์เลี้ยงพร้อมกับหัวเราะแล้วยิ้มหวานด้วยความสนุกสนาน เจ้าตัวเดินไปโดนมีเจ้าสิงโตสีเหลืองทองตัวใหญ่เดินนำหน้าเจ้าตัวที่เป็นมาสเตอร์ของตัวเอง

====================================

“ที่นี่ที่ไหน.....!?”ซีริลพูดแล้วเดินสำรวจไปรอบๆพร้อมกับสัมผัสถึงแรงบีบมหาศาลที่เข้ามาจับที่ต้นแขนของเธอแน่นพร้อมกับเหวี่ยงให้เธอลอยไปกลางอากาศ

“ว้าย!!”ซีริลร้องพร้อมกับร่างของเจ้าตัวที่กระเด็นไปกระแทกกับกระจกที่อยู่ข้างหลังอย่างแรงจนแตก เจ้าของผมสีบลอนด์ทองพยายามลุกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับมองไปยังต้นสายปลายเหตุข้างหน้าที่ทำให้เธอต้องลอยมากระแทกกับกระจก ที่ต้นแขนมีรอยช้ำสีม่วงที่ถูกจับแน่นแล้วโดนเหวี่ยงและขาข้างซ้ายที่มีเลือดไหลย้อยลงมาเรื่องจากถูกกระจกที่บาด.....

“หึๆๆ....สุดท้ายแกมันก็ไม่ได้เรื่องจริงๆด้วยสินะซีริลขังในคุกมืดอีกสัก1ปีดีไหม”เสียงของชายชราดังขึ้นพร้อมกับเดินออกมาจากที่มืดแล้วแสยะยิ้มออกด้วยความสะใจ ใบหน้าของซีริลที่แดงก่ำขึ้นมาเพราะความโมโหร่างบางรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วจ้องไปที่อีกฝ่ายด้วยความเคียดแค้น

“คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดกับฉันอย่างนี้นะ!!”ซีริลตะโกนกลับด้วยความโมโห

“ไม่พูดได้ไงก็แกเป็นลูกของฉัน ฉันจะให้แกทำอะไรมันก็เรื่องของฉันแกมันไม่เอาไหนเก่งแต่เรื่องบ้าๆบอๆหัดดูพี่สาวกับน้องสาวของแกเป็นตัวอย่างซะมั่งสิ แกน่ะเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปของฉันมันแต่มาบ้าเรื่องกิลด์อะไรของแกอยู่แบบนี้แล้วจะเป็นหัวหน้าที่ดีได้ยังไงกัน!!”ผู้เป็นพ่อตวาดชุดใหญ่ใส่หญิงสาวที่ยืนจ้องหน้าเขาด้วยความโมโห

“ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉันพ่ออย่างคุณน่ะฉันไม่เอาหรอกอย่ามาวางอำนาจใส่ฉันนะ”ซีริลตะคอกกลับด้วยความโมโหพร้อมกับร่างใหญ่ของผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาฉึดตัวลูกสาวเดินตรงไปยังห้องใต้ดิน

“ว้าย!”ซีริลร้องเสียงหลงพร้อมกับลงไปกระแทกกับพื้นซีเมนต์เย็นๆ

“ถ้าไม่สำนึกก็อยู่ในนั้นตลอดไปเถอะ”เขาตะโกนด้วยความโมโหพร้อมกับเงื้อมมือมาเพื่อปิดประตู

ปัง!!

เสียงกระแทกประตูดังเสียงดังพร้อมกับซีริลที่วิ่งตรงไปที่ประตูเพื่อทุบอยู่หลายครั้งใบหน้าแดงด้วยความโกรธซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเจ้าตัวมองไปรอบๆด้วยความผวาพบเห็นการขยับของเงาก็เริ่มหวาดกลัวเจ้าตัวทุบประตูเสียงดังปึงปังไปเรื่อยๆ

“ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันไม่ใช่นักโทษของคุณปล่อยฉันออกไป!!”ซีริลตะโกนดังลั่นแต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆจากข้างนอกเจ้าตัวมองไปรอบด้วยสีหน้าตื่นกลัวพร้อมกับทรุดลงไปนั่งกอดเข่าที่พื้น

“..ขะ....ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ....ขอโทษค่ะ......”ซีริลลำพึงคำว่าขอโทษออกมาอยู่เป็นระยะๆพร้อมกับแสงเทียนภายในห้องที่มีอยู่เพียงเล่มเดียวดับลง ก่อนจะดับเจ้าตัวสำรวจจนพบกับกับเครื่องมือมากมายที่เหมือนกับใช้ขังนักโทษ จะว่าไปแล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกขังก่อนหน้านี้เธอก็โดนขังอยู่หลายครั้งถูกขังไว้ที่คุกมืดแบบนี้ ถูกขังจนเธอลืมวันและเวลา .....

“........”ซีริลนั่งนิ่งพร้อมกับจ้องไปที่พื้นอย่างเฉยชาในใจรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อไรกันที่เริ่มกลัวความมืดกับฟ้าผ่า......
   เมื่อไรกันที่รู้สึกเฉยชากับการถูกขัง.....
        ปกติแล้วเธอน่าจะชินแล้วแท้ๆแต่ทำไมหลังจากผ่านมานานในช่วงที่หนีออกจากบ้านเธอได้มีอิสรเสรีไม่เคยถูกขังเลยสักครั้งเป็นเพราะแบบนั้นเหรอเลยทำให้เธอกลับมากลัวการถูกขังอีกครั้งหรือว่าเป็นเพราะเจ้าพวกตัวยุ่งพวกนั้นกันแน่นะความหวาดกลัวนี่มันอะไรกัน....

เปรี้ยง!!

“กรี้ด!!”ซีริลร้องเสียงหลงพร้อมกับรีบเอามือขึ้นมาปิดหูตัวเองด้วยความหวาดกลัวร่างบางสั่นระหงด้วยความตกใจ เธอกัดฟันเพื่อข่มจิตใจของตัวเอง เสียงของฟ้าลั่นยังคงผ่าลงมาเรื่อยๆราวกับว่าจงใจให้เธอกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว

“....รีบๆมาซะทีสิ”ซีริลเอยขึ้นพร้อมกับนึกถึงภาพของใครบางคนในหัวเธอค่อยข่มตาตัวเองลงและพล็อยหลับไปในที่สุด

“ถึงแล้วครับ”คินยิ้มหวานพร้อมกับเดินเข้าไปเปิดประตูคฤหาสน์หลังโตทุกคนเดินเข้าไปข้างในจนครบแล้วประตูก็ปิดลง

“........”

‘มีอะไรก็รีบพูดมาดิเงียบอยู่ได้เป็นใบ้เรอะ’มอนมอนชูกระดาษขึ้นมาอีกครั้งเพราะเจ้าตัวเริ่มจะเซ็งกับบรรยากาศความเงียบเต็มที่หลังจากที่ชายหนุ่มที่ชื่อคินเดินเข้ามาบอกว่าเป็นคนตั้งค่าหัวเรมเรมยังไม่ทันได้พูดอะไรหลังจากนั้นก็ถูกลากตัวมาที่นี่

“ก่อนที่ผมจะไหว้วานพวกคุณผมคงต้องขอทดสอบพวกคุณซะก่อน”คินยิ้มพร้อมกับเดินไปพลั่กกำแพงรูปบล็อกอิฐสี่เหลื่ยมสีขาวเสียงกึงกังดังขึ้น หุ่นรูปเกราะฮัศวิน5ตัวเดินเข้ามาหาทั้ง5คนพร้อมกับกำแพงด้านข้างที่เปิดออกเป็นทางเข้าอยู่5ทาง

“!?”เกราะฮัศวินตัวหนึ่งรีบกระโจนเข้ามาพร้อมผลักซีริลเข้าไปในประตูที่อยู่ใกล้ตนมากที่สุด

“ทำอะไรน่ะ!!”อควาร้องตะโกนด้วยความโมโหพร้อมกับกระโดดหลบชุดเกราะข้ามไปยังคินที่ยืนยิ้มอยู่ห่างๆ ชุดเกราะยังคงทำงานต่อไปโดยผลักให้แต่ละคนเข้าไปในประตูแม้ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ชุดเกราะสีเขียวเข้มจับขาของอควาไว้แล้วเหวี่ยงตัวเธอเข้าไปในประตู

“อควา ซิริลเฮ้ย!!”เบิร์นร้องเสียงหลงพร้อมกับเสียหลักโดนพลั่กเข้าไปในประตูทันทีส่วนมอนมอน
เดินผ่านชุดเกราะเดินเข้าไปในประตูเองโดยไม่สนใจ

“ถ้าจะทดสอบช่วยบอกกันก่อนดีๆก็ได้นะ”มิกซ์บอกพร้อมกับเดินผ่านชุดเกราะเข้าประตูไปประตูทั้ง5หายไปทันทีพร้อมกับร่างของชุดเกราะที่เจ้าตัวเดินผ่านสลายกลายเป็นผุยผงในพริบตาเดียว

“......น่าสนใจน่าสนใจใครกันนะจะเป็นผู้โชคดีได้เจอกับการทดสอบระดับโหดกันนะ”คินพูดพร้อมกับยิ้มหวานมองไปยังที่ๆเคยปรากฏประตูทั้ง5ขึ้นมาเขายิ้มเยาะพร้อมกับเดินเข้าไปนั่งคอยที่ห้องรับแขกภายในบ้านสั่งให้สาวใช้นำชากับคุกกี้มาให้เขาจิบเพื่อรอการกลับมาขอทั้ง5คน(Mon_Mon:หึๆๆมุขจิบชาเหมาะกับพี่คินจริงๆด้วยสินะ)

“.......คนจากตระกูลทีฟาเรนท์ยังเล่นเป็นเด็กไม่เปลี่ยนเลยนะทั้งๆที่ตัวเองก็ปาเข้าไป20กว่าแล้วแท้ๆ”เสียงเข้มทุ้มดังขึ้นพร้อมกับแสงสีเหลือเข้มที่พุ่งออกมาจากรูปภาพของใครคนใดคนหนึ่ง ปรากฏแสงรูปร่างที่คล้ายคลึงกับจิ้งจอกเพียงแต่มันเป็นแสงสีเหลืองอ่อนเท่านั้นเอง

“เอาน่าพีน็อคคีโอฟ็อกกี้ฉันว่าคนพวกนี้น่าสนใจดีออกบางทีอาจจะช่วยฉันตามหาคนในครอบครัวที่เหลือเพียงคนเดียวของฉันเจอก็ได้”คินบอกพร้อมกับแสยะยิ้มร่ากินคุกกี้ที่อยู่บนโต๊ะอย่างมีความสุขในท่านั่งที่แสนสบาย

“ถ้าเจอแล้วเจ้าจะทำยังไงต่อล่ะจะอยู่กับคนพวกนี้ต่อไปหรือว่าจะกลับมาที่นี่แล้วก็นะ....ข้าน่ะชื่อฟ็อกต่างหากล่ะเจ้าทึ่มเอ้ย=  =”ฟ็อกบอกพร้อมกับหายไปทันที

“ฮะๆๆคนนะไม่ได้จะหาเจอได้ง่ายแต่ว่า..ถ้าถึงเวลากจริงๆฉันจะทำยังไงก็คงต้องดูต่อไปล่ะบางที...ฉันอาจจะ.......”คินหัวเราะร่าพร้อมกับทิ้งประโยคสุดท้ายไว้โดยการพูดเสียงเบาจนแทบจะไม่มีใครได้ยิน

=============================

“........ที่นี่ที่ไหน”เสียงของมิกซ์พูดขึ้นพร้อมกับเดินตรงไปเรื่อยๆตามทางไปเรื่อยๆทางที่พื้นเป็นเส้นทางหินแคบๆและเปราะบางซึ่งมีทางแยกอยู่หลายทางพอสมควรมองลงไปข้างล่างก็มีแต่หินแหลมๆที่พร้อมจะทิ่มทะลุตัวของคนที่ตกลงไปยิ่งเดินไปไกลเท่าไรหมอกก็เริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆร่างของใครบางคนเดินออกมาจากหินข้างๆ

“มิกซ์.....”เสียงเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาในท่าทีที่สะบัดสะบอม

“เชเดน!!”มิกซ์รีบดิ่งไปหาฝ่ายสาวเจ้าทันทีพร้อมกับคว้าตัวไว้สำรวจรอยแผมที่ได้รับมาเลือดของเธอไหลออกมาทั่วร่างกายเธอส่งยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับมือที่ร่วงลงไปกระทบกับพื้น

“เช......เดน เชเดน!!”มิกซ์ตะโกนลั่นแต่น้ำตากลับไปหลั่งไหลเขาคว้าอีกฝ่ายมากอดด้วยความเศร้าเด็กน้อยทั้งสองเดินออกมายืนดูทั้งคู่ด้วยความสงสัยและหายวับไป

“.................หึๆ”เสียงหัวเราะดึงขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคน


“...........ใคร”มิกซ์หันไปมองยังผู้มาใหม่ด้วยความตกใจเขาเดินออกมาพร้อมกับดึงฮู้ทเสื้อคลุมออก

“.......นี่เจ้าหนูตรงนั้นน่ะนั่นมันเหยื่อของฉันนะกรุณาช่วยส่งยัยนั้นคืนมาได้ไหม”ชายหนุ่มพูดพร้อมกับถืออาวุธที่ขึ้นชื่อว่าดาบ ร่างของอีกฝ่ายเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงรวมทั้งตัวดาบที่ย้อมด้วยเลือด เขากับยื่นมือออกมาแล้วเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับแสยะยิ้มใบหน้าของชายหนุ่มช่างมะล้ายคล้ายกับกับเขาเหลือเกินเพียงแต่ว่าอีกฝ่ายนั้นดูหนุ่มกว่าเท่านั้นเอง

“.......ฮะ....ฮะๆ......ฮะๆๆๆๆ...ตกใจไปเลยแหะฉันเกือบจะร้องกรี้ดออกมาแล้วนะเนี่ยถ้าแกไม่โพล่ออกมา”มิกซ์พูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่ายเสียงเคล้งของมีดสั้นที่ร่วงหล่นจากมือดังขึ้นพร้อมกับหญิงสาวที่เขากอดอยู่มีอาการตัวสั่นมือข้างขวาของเขากำที่หัวใจของอีกฝ่ายอย่างเลือดเย็นพร้อมกับแสยะยิ้มด้วยความพอใจเลือดสีแดงกระฉูดออกมาจากร่างกายของหญิงสาว

“นึกไม่ถึงแหะว่าจะรู้จักกับคนรู้จักของฉันด้วยแบบนี้หึๆ”มิกซ์พูดพร้อมกับโยนร่างไร้วิญญาณออกไปห่างๆทำให้ร่างนั้นสลายไปเขาลุกขึ้นมามองอีกฝ่าย

“ยินดีที่ได้รู้จกตัวฉันไม่สิควรจะพูดว่าสวัสดีตัวฉันอีกคน”อีกฝ่ายพูดพร้อมกับยิ้มร่าเช่นเดียวกับมิกซ์ดาบจากมือของทั้งคู่เปลวไฟลุกขึ้นที่ตัวคมดาบ

“สวัสดีตัวฉันอีกคน.....”มิกซ์พูดพร้อมกับแสยะยิ้มด้วยความสนุกสนานแล้วทั้งคู่ก็หายไปแล้วตามมาด้วยเสียงกระทบกันของดาบที่มีไฟลุกโชน

======================================

“...............”บุคคลใส่เสื้อคลุมสีดำเดินไล่ไปตามกำแพงที่ขวางอยู่ตรงหน้าเพื่อดูว่ามีทางผ่านหรือไม่แต่ยิ่งเดินเท่าไรก็ยิ่งเหนื่อยมากเท่านั้นแถมยังรู้สึกอีกด้วยว่ากำแพงนี้มันไม่มีที่สิ้นสุด

“เฮ้อ....”เจ้าตัวถอนหายใจพร้อมกับถอดเสื้อคลุมออกมาทำให้เห็นผมสีขาวยาวและดวงตาที่ยังไม่ลืม เธอหยิบเสื้อคลุมสีดำขึ้นมาฟาดไว้ที่บ่าพร้อมกับตัดสินใจกระโดดขึ้นไปยืนยังทางเดินของกำแพงขนาดใหญ่

‘ทำไงต่อดีล่ะเนี่ย’มอนมอนชูกระดาษขึ้นมาทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีใครอยู่แล้วสำรวจรอบๆบริเวณนั้น

 ชื่อในกิลด์ มอนมอน     อายุ 15    วันเกิด 10 เมษา    ที่อยู่ ไม่ปรากฏ    กิลด์ที่เข้า อคาเรี่ยน    ลักษณะทางกายยาภาพ ผมสีขาวยาวดวงตาสีเงิน     นิสัย ไม่มีข้อมูลแต่ตาบอดและพูดไม่ได้มาตั้งแต่เกิดอยู่ในฐานะผู้ช่วยเบิร์นนิ่งดราก้อนและเป็นทั้งหัวหน้านับเบอร์2ของพวกลูกน้อง

“..........”หญิงสาวหยุดยืนอยู่เฉยๆพร้อมกับหันหน้าไปยังด้านหน้ารูปร่างของสิ่งแปลกปลอมมีชีวิตปรากฏขึ้นพร้อมกับเปลี่ยนเป็นรูปร่างบางสิ่งบางอย่างกำแพงที่ไม่มีทางสิ้นสุดและสีดำของท้องฟ้าพลันเปลี่ยนเป็นหมู่บ้านที่มีแต่ซากเศษไฟที่ยังหลงเหลือและเขม่าควันที่ลอยขึ้นไปยังท้องฟ้า เธอเดินผ่านหมู่บ้านที่มีเสียงกรีดร้องไปโดยไม่สนใจถึงสิ่งรอบข้าง

‘นี่คือ....ความกลัวของฉันงั้นเหรอฉันกลัวตัวเองไม่ใช่เหรอ....’หญิงสาวยืนนิ่งพร้อมกับก้มหน้าคิดเรื่องต่างๆและอดีตของตนเองเสียงกรีดร้องของเหล่าผู้คนที่กลัวความตาย กลิ่นของซากศพ เนื้อไหม้และเปลวเพลงที่ลูกโชนมันชวนทำให้นึกถึงบางอย่าง บางสิ่งก่อนที่จะเสียมันไป

‘ถ้างั้นแล้วทำไมฉันถึงได้ภาพนี้แทนที่จะเป็นตัวเอง’เธอยืนนิ่งแล้วเปลี่ยนเป็นมองท้องฟ้าสีดำที่มีควันของเปลวไฟลอยขึ้นไปมือทั้งสองข้างตวัดไปมาเป็นรูปวงกลมเหนืออากาศพร้อมกับสัญลักษณ์เครื่องหมายที่ปรากฏขึ้นบนอากาศด้านหน้าทิวทัศน์

เพล้ง!!

เสียงที่ดูเหมือนกับว่ากระจกแตกดังขึ้นแต่ว่าสิ่งที่แตกไม่ใช่กระจกแต่เป็นทิวทัศต์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเวทย์มนต์ที่มีชื่อว่าลวงตาบรรยากาศสีดำกลับมาอีกครั้งพร้อมกับกำแพงที่ยาวระหงเหมือนบรรยากาศตอนแรกที่มาที่นี่ มอนมอนก้มเก็บของบางอย่างที่อยู่ตรงพื้นขึ้นมา

‘God Aye.....’เจ้าตัวคิดพร้อมกับพิจารณาดูของที่หยิบขึ้นมาอย่างละเอียดพร้อมกับเก็บมันใส่กระเป๋าเข้าไปแสงสว่างสีขาวปรากฏขึ้นพร้อมกับรูปทรง สีสันของประตูที่มีให้เลือกอยู่หลากหลายแบบทดสอบอีกอันสำหรับด่านนี้ร่างของใครบางคนเดินออกมาจากด้านหลังของประตูสีดำเรียบๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักฉันชื่อมาฮาลเธออาจจะจำหน้าฉันไม่ได้เพราะตานั่นแต่ไม่เป็นไรหรอกฉันไม่ถือคิกๆ.....”เสียงของหญิงสาวดังขึ้นผมสีดำยาวถึงกลางหลังดวงตาสีมรกตมาฮาลหัวเราะคิกคักพร้อมกับจ้องไปยังมอนมอน เธอไปที่ร่างของมาฮาลด้วยความสงสัยเจ้าตัวถอนหายใจเฮือกใหญ่ มาฮาลเดินเข้ามาใกล้กับเธอเจ้าตัวยื่นนิ้วชี้ออกมาพร้อมกับชี้ไปที่กลางหัวใจของอีกฝ่าย

“.............”

“.....ว่าไงมาคุยกันหน่อยเป็นยังไงล่ะไหนๆเธอจะผ่านแล้วนี่นา”เธอพูดพร้อมกับแสยะยิ้มด้วยความสนุกแล้วลดมือลง มอนมอนยืนนิ่งไม่พูดอะไรและรีบสวมเสื้อคลุมสีดำอีกครั้งแล้วจ้องไปที่หน้าของหญิงสาวนามมาฮาล

............................
.........................................
..........................................................
..........................................................................

“.............”มอนมอนยืนนิ่งพร้อมกับจ้องไปยังที่ๆคนๆนั้นเคยอยู่ พร้อมกับกวาดสายตามองประตูทั้งหมดอยู่นานเจ้าตัวแสยะยิ้มด้วยความพึงพอใจ เจ้าตัวขยับนิ้วไปมาทำให้กระจกปรากฏขึ้น กระจกลอยขึ้นส่องไปที่ประตูแต่ละบานจนครบแล้วกลับมาอยู่ในมือของผู้เป็นนายอีกครั้งแล้วหายไป เธอกวาดสายตามองไปยังประตูแต่ละบานและหยุดมองที่ประตูเรียบๆสีขาวบานหนึ่ง

‘บานนั้นสินะ......’เจ้าตัวคิดพร้อมกับชี้ไปที่ประตูที่น่าจะเป็นทางออกของประตูสีขาวเปิดออกพร้อมกับหลุมสีดำปรากฏขึ้นบนกำแพงที่อยู่ข้างในซ้อนอีกที เจ้าตัวแล้วเดินเข้าไปในประตูนั่นโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว

====================================

“แฮ่กๆ....”เสียงฝีเท้าของคนดังขึ้นพร้อมกับเสียงหอบหายใจที่มาจากคนๆเดียวกันเสียงตึงตังดังขึ้นจากด้านหลังของเจ้าตัว

“ทำไมแถวๆนี้ถึงไม่มีแม้แต่น้ำสักหยดเลยนะ”เสียงของเด็กสาวดังขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆตนเองเพื่อหาแหล่งน้ำที่ใช้การได้ถึงบรรยากาศรอบๆเป็นสีเขียวของป่าไม้แต่กลับไม่ชื้นและไม่มีแม้กระทั่งน้ำสักหยดเสียงตึงตังยังคงดังไล่หลังมาเรื่อยๆและดังขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

“ยิ่งหนีเสียงนั่นเท่าไรก็ยิ่งไล่ตามแถมยังเร็วขึ้นเรื่อยๆไม่สิ...เส้นทางที่วิ่งมันยังวกวนอีกต่างหากนี่มันไม่ปกติแล้วนะนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับป่าแห่งนี้กันแน่เนี่ย......”หญิงสาวคิดขึ้นพร้อมกับปากเหงื่อตัวเองออก ผมสีฟ้าอ่อนปลิวสลวยไปตามลมที่พัดเข้ามาดวงตาสีน้ำเงินเข้มจ้องไปยังต้นทางของเสียงที่ดังขึ้นมา

“.................”

============================= 

มากับตอนที่3 ว่าไงค่ะสนุกกับตอนนี้รึเปล่าค่ะ?>W<

edit @ 30 May 2008 21:47:53 by Mon_Mon

ความฝันก็คือความฝันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ถึงแม้ว่าจะใกล้เคียงแต่มันก็ไม่สามารถเป็นความจริงได้

 ความมืดคือพันธนาการ...ผู้ที่มีความมืดย่อมมีความเกลียดชัง ทั้งการแสดงออกและไม่แสดงออกผู้ที่เก็บบ่มความมืดเอาไว้คือตัวเรามิใช่ใครอื่นหรือผู้ใด แต่เป็น....ตัวของเราเอง

                ผู้ที่แสดงความมืดออกมาให้เห็นนั้นน่ากลัวก็จริงแต่ว่า....ผู้ที่เก็บซ่อนความมืดไว้นั้นมันช่างน่ากลัวกว่าผู้ที่แสดงออกมาซะอีก ความมืดของผู้ที่เก็บบ่มเอาไว้มันจะไม่ใช่เพียงเล็กน้อย.....

ถ้าอยากจะกำจัดมันออกก็มาที่ร้านของเราสิครับ......

พวกเราทุกคนยินดีต้อนรับทุกท่านเสมอ...

 เพียงแค่แลกเปลี่ยนกับของที่มีค่าเท่าเทียมกันเท่านั้น คุณก็จะได้ตามที่ต้องการ

เอาล่ะลูกค้าท่านแรกของปีนี้มาแล้ว..............


   กริ้ง...

                    โลกนี้ไม่เคยมีคำว่าบังเอิญ สิ่งที่โลกใบนี้มี มีเพียงแค่พรหมลิขิต.......

edit @ 12 May 2008 18:48:19 by Mon_Mon

edit @ 30 May 2008 22:11:10 by Mon_Mon

Mon_Mon View my profile