!!_~AquariaN~_!! : บทที่ 4 กระจกเงา

posted on 03 Jun 2008 22:05 by mon-mon-ka  in Fiction

“กำแพงอันไร้ที่สิ้นสุดผ่านแล้วสินะ.....”คินพูดพร้อมกับยิ้มเยาะด้วยความสนุกพลางหยิบถ้วยชาจากจานรองด้วยขึ้นมากินอย่างสบายอารมณ์ฟ็อกนั่งจ้องพฤติกรรมของคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง

“ผู้ผ่านแบบทดสอบคนแรกมาแล้วล่ะ”ฟ็อกบอกพร้อมกับหันไปยังกำแพงที่เกิดหลุมดำปรากฏขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวที่เดินออกมาจากหลุมดำอย่างช้าๆเมื่อออกมาไม่นานหลุมดำนั่นก็หายไปทันที

“............”มอนมอนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่วางไว้ในห้องพร้อมกับเขียนบางอย่างใส่กระดาษแล้วชูขึ้นมาให้คินดู’มีน้ำอะไรให้กินหน่อยไหม’เจ้าตัวเอียงคอด้วยความสงสัยคินดีดนิ้วดังเปาะพร้อมกับสาวใช้ที่เดินเข้ามาเสริฟน้ำชาให้กับเจ้าตัว

‘ขอบคุณ’มอนมอนเขียนขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับหยิบแก้วชาขึ้นมาดื่ม

“.............ไม่สงสัยบ้างเหรอ”คินเอยประโยคคถามขึ้นพร้อมกับจ้องไปที่อีกฝ่าย

‘สงสัย.....เรื่องอะไรงั้นเหรอ?’เธอชูกระดาษที่เขียนไว้ขึ้นมาถามต่อด้วยความงงมันก็สมเหตุผลไม่ใช่แล้วรึไงถึงได้ให้ทดสอบแล้วบททดสอบของเธอมันมีอะไรที่ต้องสงสัยอีกล่ะ

“เธอก็รู้นี่ว่าผมน่ะให้แบบทดสอบกับเธอผิดไปเธอจึงได้กำแพงแห่งจิตใจไปแทนที่จะได้ฝันร้ายอันแสนหวานส่วนคนที่โดนเปลี่ยนก็คงกำลังตกอยู่ในความฝันล่ะมั้ง”พูดขึ้นลอยๆพร้อมกับจ้องไปที่รูปภาพขนาดใหญ่มันเป็นรูปของหญิงสาวอายุ40กว่าและจากที่ดูเธอน่าจะเป็นแม่ของเด็กน้อยชายหญิงทั้งสองที่ยืนยิ้มเคียงข้างโดยมีผู้เป็นแม่และพ่อยืนอยู่ข้างๆ

‘ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องคิดมากเลยนี่นา แล้ว....ทำไมนายถึงคิดว่าฉันควรจะได้ฝันร้ายอันแสนหวานมากกว่ากำแพงอันไร้ที่สิ้นสุกนั่นล่ะ’มอนมอนชูกระดาษขึ้นมาถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัยดวงตาทั้ง2ไม่ได้สบตาที่เขาเพราะถึงลืมตาขึ้นมาก็มองไม่เห็นอยู่แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นก็สู้อย่าลืมมันซะจะดีกว่า

“.........อันนี้ผมไม่ขอตอบแต่ไม่ว่าใครก็อยากได้ช่วงเวลาดีๆที่ตนสูญเสียไปแล้วกลับคืนมาไม่ใช่เหรอ?”คินเงียบไปพักใหญ่พร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงเรียบๆและสั่นเล็กน้อย

‘ความฝันที่เป็นแค่ความฝันสำหรับฉันแล้วมันไม่น่าสนใจหรอกฉันสนใจแต่ความเป็นจริงเท่านั้น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ล้วนเป็นไปตามโชคชะตาที่ไม่มีใครขัดได้ไม่ใช่รึไงนายไม่ต้องใส่ใจหรอกว่าแต่...อายุเท่าไรล่ะเนี่ย’มอนมอนเขียนบอกพร้อมกับปัดประเด็นเรื่องเดิมออกทันที

“23น่ะ.....”คินบอกพร้อมหันหน้าหลบก็ปกติเรื่องอายุมันใช่เรื่องที่ควรจะถามไหมล่ะแล้วเขาก็ดันบ้าจี้ตามอีกฝ่ายตอบไปอย่างรวดเร็วซะด้วย

‘แก่=[]=!!!’มอนมอนชูป้ายขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับตีหน้าเหวอ

“อายุเป็นพียงแค่ตัวเล็กนะ.......ถามหน่อยสิความฝันกับอดีตของเธอน่ะเป็นยังไงเหรอ”คินยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกับเปิดคำถาม

“..........”ฝ่ายสาวนั่งเงียบแล้วยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกับบรรยากาศในห้องหนาวเหน็บในชั่วพริบตาจนทั้ง2สัมผัสถึงมันได้ฝ่ายหญิงหยิบเริ่มเขียนประโยคขึ้นมาพร้อมยิ้มหวานใหม่อีกครั้งด้วยรอยยิ้มอันเย็นยะเยือกให้ทั้งคู่ฟ็อกสะดุ้งด้วยความตกใจในขณะที่คินหน้าซีดด้วยความตกใจทั้งคู่อ่านประโยคที่เขียนขึ้นมาแล้วนั่งเงียบไป

“ทะ...เธอไปคอยผู้ชายผมดำที่กำลังจะออกมาทางกำแพงตรงทางเข้าก็ได้เพราะเขากำลังจะชนะแล้วเดินมาถึงทางออกแล้ว”คินพูดเลิกลั่กพร้อมกับชี้ไปยังทางเดินที่ต้องไปมอนมอนพยักหน้าพร้อมกับเดินออกจากห้องไป

“ดูท่าจะอันตรายพอควรแค่ยัยนี่รังสีมาคุก็คุกคามถึงขนาดนี้แล้ว แล้วคนอื่นๆในกิลด์นี้น่ะจะไม่หนักกว่านี้อีกเหรอเผลอๆบางทีอาจจะถึงตายเลยนะคิน นี่นายแน่ใจแล้วเหรอ”ฟ็อกพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ

“ยังไงๆก็ต้องลองเสี่ยงดูล่ะถึงจะน่าหวาดเสียวไปหน่อยก็เถอะ”คินพูดพร้อมกับยิ้มเยาะแล้วนึกถึงประโยค รังสีมาคุและรอยยิ้มเย็นๆที่เจ้าตัวทิ้งท้ายไว้ให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

‘สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ย่อมไม่จำเป็นต้องรู้......’

===================================

 “แกต้องจำไปจนวันตายมิกซ์.....อนาคตนั้นไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงได้แกจะฆ่าคนเหมือนกับที่ฉันทำให้แกดูเมื่อกี้”อีกฝ่ายพูดพร้อมกับยิ้มร่าตวัดดาบร่ายไฟที่มิกซ์อย่างรวดเร็วมิกซ์กระโดดหลบไปที่ข้างหลังของชายหนุ่มพร้อมกับจ่อคมดาบไว้ที่คอ

“ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนี้นะเนี่ยสงสัยตัวฉันคงจะไม่ได้ฝึกเพิ่มเลยสินะเลยห่วยลงไปมาก...”มิกซ์บอกแล้วลงมายืนกับพื่นพร้อมกับเดินผ่านตัวของอีกฝ่ายไป

“......หึๆ”อีกฝ่ายหัวเราะลั่นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมาจากคอและหัวที่กระเด็นออกไปเลือดสีแดงกระฉุดออกมาจากส่วนที่ถูกตัดไปและล้มลงไปยังพื้นสลายหายไปพร้อมกับหัวที่มาตกลงบนหน้าขวางทางมิกซ์เอาไว้

“แกจะไม่ได้พบกับความสุขแกจะเป็นเหมือนกับฉัน”อีกฝ่ายพูดทิ้งท้ายเอาไว้พร้อมกับสลายหายไปอย่างรวดเร็ว

‘ว่าแต่..เมื่อกี้เราก็โกงเขาแอบใช้ลดความเร็วศัตรูอีกฝ่ายซะด้วย’มิกซ์คือพร้อมกับมองไปที่ขวดเปล่าที่ไม่มียาเหลืออยู่แล้วเขาเก็บมันใส่กระเป๋า

“ช่างมันเหอะใครเร็วกว่าก็ชนะนี่เนอะ.....”มิกซ์พูดพร้อมกับทำให้ดาบของตนหายไป

“แล้วก็คำตอบเมื่อกี้นี้ขอตอบล่ะกันว่าฉันจะพบหรือไม่พบมันก็เรื่องของฉันแต่ตอนนี้ขอไปถล่มเจ้าคนที่คิดแบบทดสอบบ้าๆนี่ก่อนล่ะกัน....”เขาพูดพร้อมกับเดินตามเส้นทางบนพื้นที่ถูกกำหนดไว้เพื่อไปยังทางออกที่ยังอยู่อีกไกล

อีกด้านหนึ่ง…….

“ฮะ...ฮัดชิ้ว!!เป็นหวัดซะแล้วสิเรา=  =”คินพูดพร้อมกับหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดแล้วนั่งอีกคุกกี้กับชาต่อไป

====================================

“........มาสเตอร์ครับใครได้แบบทดสอบฝันร้ายอันแสนหวานไปล่ะครับ”เสียงเข้มของผู้ชายดังขึ้นมาจากร่างของสิงโตตัวใหญ่ที่เดินอยู่ข้างๆผู้ใส่ผ้าคลุมเจ้าตัวมองออกไปที่ท้องฟ้าพร้อมกับทำหน้านิ่ง

“ผู้หญิงผมสีบลอนด์ทอง ผู้มีดวงตาสีฟ้าเข้มดั่งไพลิน..เด็กผู้หญิงที่มีชื่อว่าซีริล”มาสเตอร์ของสิงโตบอกพร้อมกับเดินตรงไป

“มาสเตอร์ก็อายุพอกับเขาไม่สิน้อยกว่าด้วยซ้ำไม่ควรจะใช้คำว่าเด็กนะครับ”สิงโตหนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับจ้องไปที่มาสเตอร์ของตัวเอง

“ก็พูดแบบนี้แล้วมันสวยกว่านี่นา”มาสเตอร์ของสิงโตบอกพร้อมกับยิ้มร่าทำให้สิงโตหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วส่ายหน้าไปมาถึงจะอยู่ด้วยกันมาหลายปีแต่นิสัยก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่พบกันครั้งแรก

 “แล้ว....ฝันร้ายอันแสนหวานเป็นยังไงเหรอครับ”สิงโตหนุ่มเปิดหัวประเด็นหัวข้อคำถามใหม่

“ก็เหมือนกับละครสลับฉากที่ได้พบกับฝันร้ายแล้วจู่ก็พบฝันดีสลับไปเรื่อยๆดีใจและเศร้า เศร้าและดีใจสลับกันไปมาเหมือนกับว่าเราวนเวียนอยู่ในวัฏจักรของความเศร้าและความสุขคนที่โดนแทนน่ะคงจะไม่ยินดีเปรมปรีเท่าไรหรอกนะ”มาสเตอร์ของสิงโตพูดเรียบๆพร้อมกับมองไปที่แสงอาทิตย์แล้วเอามือมายังไว้เพื่อไม่ให้แสงแยงเข้าตาของตัวเอง

“แต่ว่าเด็กคนนั้นจะไหวรึเปล่านะถ้าเป็นฉันคงไม่เท่าไรแต่ถ้าเด็กคนนั้นล่ะก็คงจะไม่ไหวหรอก เนอะ....”มาสเตอร์หันมายิ้มให้กับสิงโตด้วยความสนุกสนานแล้วมุ่งหน้าเดินต่อ

“......อย่าใช้คำว่าเด็กสิครับ”สิงโตสีเหลืองทองพูดพร้อมกับมองหน้าของผู้เป็นเจ้านายด้วยใบหน้าเรียบเฉยโดยที่อีกฝ่ายแสยะยิ้มแล้วยิ้มหวานพูดอย่างมีความสุขต่อว่า...

“เอาน่าๆก็ฉันบอกไปแล้วยังไงล่ะว่ามันสวยกว่า แต่ฝันร้ายที่เหมือนกับละครสลับฉากแบบนั้นนั่นแหละถึงจะถูกเรียกว่าฝันร้ายที่แท้จริง.....”เจ้าตัวหันมาพูดกับสิงโตสัตว์เลี้ยงพร้อมกับหัวเราะแล้วยิ้มหวานด้วยความสนุกสนาน เจ้าตัวเดินไปโดนมีเจ้าสิงโตสีเหลืองทองตัวใหญ่เดินนำหน้าเจ้าตัวที่เป็นมาสเตอร์ของตัวเอง

====================================

“ที่นี่ที่ไหน.....!?”ซีริลพูดแล้วเดินสำรวจไปรอบๆพร้อมกับสัมผัสถึงแรงบีบมหาศาลที่เข้ามาจับที่ต้นแขนของเธอแน่นพร้อมกับเหวี่ยงให้เธอลอยไปกลางอากาศ

“ว้าย!!”ซีริลร้องพร้อมกับร่างของเจ้าตัวที่กระเด็นไปกระแทกกับกระจกที่อยู่ข้างหลังอย่างแรงจนแตก เจ้าของผมสีบลอนด์ทองพยายามลุกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับมองไปยังต้นสายปลายเหตุข้างหน้าที่ทำให้เธอต้องลอยมากระแทกกับกระจก ที่ต้นแขนมีรอยช้ำสีม่วงที่ถูกจับแน่นแล้วโดนเหวี่ยงและขาข้างซ้ายที่มีเลือดไหลย้อยลงมาเรื่องจากถูกกระจกที่บาด.....

“หึๆๆ....สุดท้ายแกมันก็ไม่ได้เรื่องจริงๆด้วยสินะซีริลขังในคุกมืดอีกสัก1ปีดีไหม”เสียงของชายชราดังขึ้นพร้อมกับเดินออกมาจากที่มืดแล้วแสยะยิ้มออกด้วยความสะใจ ใบหน้าของซีริลที่แดงก่ำขึ้นมาเพราะความโมโหร่างบางรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วจ้องไปที่อีกฝ่ายด้วยความเคียดแค้น

“คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดกับฉันอย่างนี้นะ!!”ซีริลตะโกนกลับด้วยความโมโห

“ไม่พูดได้ไงก็แกเป็นลูกของฉัน ฉันจะให้แกทำอะไรมันก็เรื่องของฉันแกมันไม่เอาไหนเก่งแต่เรื่องบ้าๆบอๆหัดดูพี่สาวกับน้องสาวของแกเป็นตัวอย่างซะมั่งสิ แกน่ะเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปของฉันมันแต่มาบ้าเรื่องกิลด์อะไรของแกอยู่แบบนี้แล้วจะเป็นหัวหน้าที่ดีได้ยังไงกัน!!”ผู้เป็นพ่อตวาดชุดใหญ่ใส่หญิงสาวที่ยืนจ้องหน้าเขาด้วยความโมโห

“ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉันพ่ออย่างคุณน่ะฉันไม่เอาหรอกอย่ามาวางอำนาจใส่ฉันนะ”ซีริลตะคอกกลับด้วยความโมโหพร้อมกับร่างใหญ่ของผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาฉึดตัวลูกสาวเดินตรงไปยังห้องใต้ดิน

“ว้าย!”ซีริลร้องเสียงหลงพร้อมกับลงไปกระแทกกับพื้นซีเมนต์เย็นๆ

“ถ้าไม่สำนึกก็อยู่ในนั้นตลอดไปเถอะ”เขาตะโกนด้วยความโมโหพร้อมกับเงื้อมมือมาเพื่อปิดประตู

ปัง!!

เสียงกระแทกประตูดังเสียงดังพร้อมกับซีริลที่วิ่งตรงไปที่ประตูเพื่อทุบอยู่หลายครั้งใบหน้าแดงด้วยความโกรธซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเจ้าตัวมองไปรอบๆด้วยความผวาพบเห็นการขยับของเงาก็เริ่มหวาดกลัวเจ้าตัวทุบประตูเสียงดังปึงปังไปเรื่อยๆ

“ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันไม่ใช่นักโทษของคุณปล่อยฉันออกไป!!”ซีริลตะโกนดังลั่นแต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆจากข้างนอกเจ้าตัวมองไปรอบด้วยสีหน้าตื่นกลัวพร้อมกับทรุดลงไปนั่งกอดเข่าที่พื้น

“..ขะ....ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ....ขอโทษค่ะ......”ซีริลลำพึงคำว่าขอโทษออกมาอยู่เป็นระยะๆพร้อมกับแสงเทียนภายในห้องที่มีอยู่เพียงเล่มเดียวดับลง ก่อนจะดับเจ้าตัวสำรวจจนพบกับกับเครื่องมือมากมายที่เหมือนกับใช้ขังนักโทษ จะว่าไปแล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกขังก่อนหน้านี้เธอก็โดนขังอยู่หลายครั้งถูกขังไว้ที่คุกมืดแบบนี้ ถูกขังจนเธอลืมวันและเวลา .....

“........”ซีริลนั่งนิ่งพร้อมกับจ้องไปที่พื้นอย่างเฉยชาในใจรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อไรกันที่เริ่มกลัวความมืดกับฟ้าผ่า......
   เมื่อไรกันที่รู้สึกเฉยชากับการถูกขัง.....
        ปกติแล้วเธอน่าจะชินแล้วแท้ๆแต่ทำไมหลังจากผ่านมานานในช่วงที่หนีออกจากบ้านเธอได้มีอิสรเสรีไม่เคยถูกขังเลยสักครั้งเป็นเพราะแบบนั้นเหรอเลยทำให้เธอกลับมากลัวการถูกขังอีกครั้งหรือว่าเป็นเพราะเจ้าพวกตัวยุ่งพวกนั้นกันแน่นะความหวาดกลัวนี่มันอะไรกัน....

เปรี้ยง!!

“กรี้ด!!”ซีริลร้องเสียงหลงพร้อมกับรีบเอามือขึ้นมาปิดหูตัวเองด้วยความหวาดกลัวร่างบางสั่นระหงด้วยความตกใจ เธอกัดฟันเพื่อข่มจิตใจของตัวเอง เสียงของฟ้าลั่นยังคงผ่าลงมาเรื่อยๆราวกับว่าจงใจให้เธอกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว

“....รีบๆมาซะทีสิ”ซีริลเอยขึ้นพร้อมกับนึกถึงภาพของใครบางคนในหัวเธอค่อยข่มตาตัวเองลงและพล็อยหลับไปในที่สุด

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Mon_Mon View my profile